โลกสัตว์เดรัจฉาน

อบายภูมิอันดับสุดท้ายที่มีชื่อว่า ติรัจฉานภูมิ หรือโลกเดรัจฉาน ที่ชื่อว่า ติรัจฉานภูมิ ก็เพราะว่าสัตว์ทั้งหลายที่ไปเกิดในภูมินี้ มีความชื่นชมยินดีในเหตุ ๓ ประการ คือ การกิน๑ การนอน๑ การประกอบเมถุนกิจ๑ ซึ่งมีความเป็นอยู่ที่ดีกว่าพวกสัตว์นรก เปรต และอสุรกาย เพราะเหตุที่มีอกุศลเบาบาง ภูมินี้จึงชื่อว่า ติรัจฉานภูมิ แปลว่า โลกของสัตว์ที่มีความยินดีในเหตุสาม

และ ติรัจฉานภูมินี้ ยังมีความหมายอีกอย่างหนึ่ง คือ โลกของสัตว์ผู้ไปโดยขวาง สัตว์เหล่านี้ จะไปไหนมาไหน ต้องไปตามขวาง หรือตามยาว ต้องคว่ำอกไป หากเราพิจารณาแล้วจะเห็นว่า หมู หมา เป็ด ไก่ เขาจะไปไหนมาไหนแต่ละที ต้องไปตามขวางลำตัว คว่ำอกไปทั้งนั้น ผิดกับมนุษย์เรา ซึ่งไปตามตรง มีศีรษะตั้งอยู่เบื้องบนสูงสุด ไม่ใช่มีศีรษะคว่ำ ขวาง อย่างศีรษะเดรัจฉาน สัตว์เหล่านี้ ไม่ว่าจะพยายามทำความดีเท่าใด จะสร้างบารมีเพียงใด การที่จะได้รับมรรคผลนิพพานในชาติที่ตนเป็นสัตว์เดรัจฉาน ย่อมไม่มี เพราะเป็นสัตว์ชาติอาภัพ อย่างดีก็เพียงสวรรค์สมบัติเท่านั้น ความเป็นอยู่ก็แสนลำบากเราควรทราบโดยสังเขป ดังนี้

๑.สถานที่ สัตวืที่ไปเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉานแล้ว ย่อมไม่อยู่เป็นที่ ไม่มีที่อยู่ของตนโดยเฉพาะ ไม่เหมือนผู้ไปเกิดในนรก อยู่เป็นขุมๆ แต่สัตว์เดรัจฉานไม่มีที่อยู่เป็นของตน เที่ยวอยู่ทั่วไป ในภูมิของมนุษย์ ดังที่เราเห็นอยู่มากมาย
๒.ความเป็นอยู่ สัตว์เดรัจฉาน มีความเป็นอยู่ที่ลำบากกว่ามนุษย์มาก เพราะเป็นสัตว์มีภัยแห่งชีวิตรอบด้าน ชีวิตจะอยู่รอดไปแต่ละวัน ก็แสนลำบากยากเย็น เป็นชีวิตที่ตกต่ำแสนอาภัพต้องแสวงหาอาหารกินตลอดวัน กว่าจะได้มาก็ยากนักหนา พึงดุหมา ดูแมว ก็แล้วกัน ต้องระแวงภัยอันตรายอยู่เนืองนิตย์ เกิดความสะดุ้งจิตไม่หยุด ไหนจะภัยจากมนุษย์คอยตีฆ่า ไหนจะภัยจากสัตว์ใหญ่กว่าคอยประหารต้องทนทุกข์ทรมานไปจนกว่าจะสิ้นกรรมที่ทำไว้

รู้เห็นดังนี้แล้ว พึงเร่งรีบสร้างบุญกุศล ทำจิตให้ผ่องใส เพราะบุญเท่านั้น จะปิดกั้นประตูแห่งอบายทั้ง ๔